นายฐากร ตัณฑสิทธิ์
เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง?กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
เปิดเผยถึงการติดตามตรวจสอบและกำกับค่าบริการสำหรับกิจการโทรคมนาคม
โทรศัพท์เคลื่อนที่สากลย่านความถี่ 2.1 GHz (อัตราค่าบริการ 3G) ว่า
สำนักงาน
กสทช.ได้ทำการตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการ
โทรคมนาคมแบบที่ 3 หมวด 3?เงื่อนไขเฉพาะ
สำหรับผู้รับใบอนุญาต?ภาคผนวก ก ข้อ 7.5
ที่กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจะต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรมสม
เหตุสมผล?และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค
ที่มา http://www.ryt9.com/s/nnd/1686936
วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
"คิโรโบะ" หุ่นยนต์นักบินอวกาศ
นิชิจิมะ เป็นผู้จัดการโครงการ "คิโรโบะ" โครงการเพื่อการพัฒนาหุ่นยนต์นักบินอวกาศ หรือ "โรบอต แอสโตรนอท"
ที่มีศักยภาพในการสื่อสารแบบโต้ตอบได้เป็นตัวแรกของโลก หุ่นยนต์ตัวนี้
ไม่เพียงจะเปิดฉาก "สนทนา" ระหว่างห้วงอวกาศกับพื้นโลกเป็นครั้งแรก หุ่นนักบินอวกาศ คิโรโบะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการทำหน้าที่ในห้วงอวกาศโดยเฉพาะ มีกำหนดจะ "พูด"
มาจากห้วงอวกาศเป็นครั้งแรกในราวเดือนสิงหาคมหรือกันยายนที่จะถึงนี้
แต่กำหนดการ "สนทนา" ระหว่างคิโรโบะกับนักบินอวกาศที่เป็นมนุษย์จริงๆ
ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของการสื่อสารแบบโต้ตอบระหว่างคนกับเครื่องจักร
เป็นครั้งแรกนั้น จะเกิดขึ้นอีกหลายเดือนหลังจากนั้น เมื่อ
นักบินอวกาศที่พูดภาษาญี่ปุ่น เดินทางขึ้นไปประจำการบนไอเอสเอส
ที่มา http://www.matichon.co.th/news
ที่มา http://www.matichon.co.th/news
เตือนภัย ใช้แอนดรอยด์ ออนไลน์"เฟซบุ๊ก" ทำข้อมูลส่วนตัวรั่ว
ไซแมนเทค
ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ต ชื่อดัง เปิดเผยว่า
ได้ตรวจพบการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวในแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กสำหรับระบบ
ปฏิบัติการแอนดรอยด์
ซึ่งจะส่งหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้ผ่านอินเตอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ
เฟซบุ๊ก เมื่อแอพพ์ดังกล่าวถูกเปิดใช้งาน ประเด็นสำคัญก็คือ
หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้ถูกส่งออกไปก่อนที่ผู้ใช้จะล็อกอินเข้าสู่แอพพ์ดัง
กล่าวเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ถึงแม้ผู้ใช้ไม่ได้ป้อนข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์
เริ่มการดำเนินการที่เฉพาะเจาะจง
หรือมีบัญชีเฟซบุ๊กแต่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้ก็ยังถูกส่งไปให้เฟซบุ๊กอยู่
ดี
ไซแมนเทคได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทางเฟซบุ๊กทราบแล้ว และ เฟซบุ๊กมีแผนที่จะแก้ไขจุดบกพร่องนี้ในแอพพ์เฟซบุ๊กรุ่นถัดไปสำหรับแอนดร อยด์ ระหว่างนี้ คาดว่าอุปกรณ์จำนวนมากจากทั้งหมดราว 7 ล้านเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมเฟซบุ๊ก มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบ
ทั้ง นี้ ผู้ที่สนใจหารือในประเด็นดังกล่าวนี้เพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญของไซแมนเทค สามารถแจ้งให้ทราบได้ผ่านทางเว็บไซต์ นอกจากนั้นยังสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบล็อกโพสต์ของไซแมนเทค: http://www.symantec.com/connect/blogs/norton-mobile-insight-discovers-facebook-privacy-leak
ที่มา http://www.matichon.co.th/news_
ไซแมนเทคได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทางเฟซบุ๊กทราบแล้ว และ เฟซบุ๊กมีแผนที่จะแก้ไขจุดบกพร่องนี้ในแอพพ์เฟซบุ๊กรุ่นถัดไปสำหรับแอนดร อยด์ ระหว่างนี้ คาดว่าอุปกรณ์จำนวนมากจากทั้งหมดราว 7 ล้านเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมเฟซบุ๊ก มีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบ
ทั้ง นี้ ผู้ที่สนใจหารือในประเด็นดังกล่าวนี้เพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญของไซแมนเทค สามารถแจ้งให้ทราบได้ผ่านทางเว็บไซต์ นอกจากนั้นยังสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบล็อกโพสต์ของไซแมนเทค: http://www.symantec.com/connect/blogs/norton-mobile-insight-discovers-facebook-privacy-leak
ที่มา http://www.matichon.co.th/news_
วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
8 ข้อเตือนภัยก่อนใช้ INTERNET BANKING
1. ผู้สมัครใช้บริการทางการเงินผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ต้องเก็บรักษารหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password)
และรหัสรักษาความปลอดภัย (Security Password) เป็นความลับ
2. หมั่นเปลี่ยนรหัส ผ่านอยู่เสมอ และไม่ควรใช้รหัสผ่านที่บุคคลอื่นคาดเดาได้ง่าย
3. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เช่น รหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) รหัสบัตรเครดิต หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตร หรือข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางอีเมล์ใดๆ
4. อย่าตอบกลับอีเมล์ที่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ มาให้ปรับปรุงข้อมูลหรือยืนยันความถูกต้อง
5. หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (link) ที่แนบมากับอีเมล์ที่ไม่ทราบชื่อผู้ ส่ง หรืออีเมล์ที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล เพราะอาจมีโปรแกรมสอดแนม (Spyware) แนบมากับลิงค์เหล่านั้นเพื่อโจรกรรมข้อมูล
6. คลิก ออกจากระบบ (Log out) เมื่อเลิกใช้อีเมล์หรือทำรายการทางการเงินต่างๆ แต่ละครั้งเรียบร้อยแล้ว
7. ตรวจสอบความถูกต้องของรายการธุรกรรม และยอดเงินในบัญชีของตนเองอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรายการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
8. หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้อื่น เช่น ในร้านอินเตอร์เน็ต เพราะอาจไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดีพอ
http://guru.sanook.com/pedia/topic/8 ข้อเตือนภัยก่อนใช้ INTERNET_BANKING
2. หมั่นเปลี่ยนรหัส ผ่านอยู่เสมอ และไม่ควรใช้รหัสผ่านที่บุคคลอื่นคาดเดาได้ง่าย
3. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เช่น รหัสชื่อผู้ใช้บริการ (User ID) รหัสผ่าน (Password) รหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) รหัสบัตรเครดิต หมายเลขบัญชี หมายเลขบัตร หรือข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางอีเมล์ใดๆ
4. อย่าตอบกลับอีเมล์ที่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ มาให้ปรับปรุงข้อมูลหรือยืนยันความถูกต้อง
5. หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (link) ที่แนบมากับอีเมล์ที่ไม่ทราบชื่อผู้ ส่ง หรืออีเมล์ที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล เพราะอาจมีโปรแกรมสอดแนม (Spyware) แนบมากับลิงค์เหล่านั้นเพื่อโจรกรรมข้อมูล
6. คลิก ออกจากระบบ (Log out) เมื่อเลิกใช้อีเมล์หรือทำรายการทางการเงินต่างๆ แต่ละครั้งเรียบร้อยแล้ว
7. ตรวจสอบความถูกต้องของรายการธุรกรรม และยอดเงินในบัญชีของตนเองอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรายการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
8. หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับผู้อื่น เช่น ในร้านอินเตอร์เน็ต เพราะอาจไม่มีระบบความปลอดภัยที่ดีพอ
http://guru.sanook.com/pedia/topic/8 ข้อเตือนภัยก่อนใช้ INTERNET_BANKING
วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
โพลล์เผยพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของวัยรุ่น
โพลล์เผยพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของวัยรุ่น
สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
(ระดับอุดมศึกษา) ทำการสำรวจกลุ่มเยาวชนไทย ในกรุงเทพมหานคร
อายุระหว่าง 15-25 ปี ระดับการศึกษาภาคบังคับถึงระดับสูงปริญญาตรี จำนวน
1,034 คนโดยวิธีการสุ่มแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling)
ในระหว่างวันที่ 21-26มิถุนายน 2556 พบว่ากลุ่มตัวอย่าง
ส่วนใหญ่หรือร้อยละ74.32 ใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อค้นหาสินค้า
บริการ สถานที่ ต่าง ๆ ร้อยละ 71.22
ใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อเล่นเกม
กลุ่มเยาวชนส่วนใหญ่ยังใช้เวลากับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตเฉลี่ยวันละ
1-3 ชั่วโมง เยาวชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ
87.4ระบุต่อว่าใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตในช่วงเวลาว่างส่วนความคิดเห็นต่อผลกระทบจากการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่า การใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของตนในปัจจุบันส่งผลให้ความใกล้ชิด ระหว่างตนกับบุคคลในครอบครัวและการพบปะเพื่อนๆ นอกเหนือจากเวลาเรียนหรือเวลาทำงานยังคงเป็นปกติ โดยคิดเป็นร้อยละ 46.8 และ 48.26 ตามลำดับ แต่กลุ่มตัวอย่างที่ยอมรับว่ามีความใกล้ชิดกับบุคคลในครอบครัวลดลงและ มีการพบปะเพื่อนๆ ลดลงนั้น มีจำนวนมากกว่ากลุ่มตัวอย่างที่ระบุว่ามีความใกล้ชิดกับบุคลในครอบครัว มากขึ้นและมีการพบปะเพื่อนๆ มากขึ้น อยู่เล็กน้อย นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยอมรับว่าการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของตนใน ปัจจุบันส่งผลให้ทำกิจกรรมทั่วไป เช่น การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การนอน การขับรถ ได้ช้าลง โดยคิดเป็นร้อยละ 42.44 ขณะที่มีเพียงร้อยละ 11.43 ระบุว่าสามารถทำกิจกรรมทั่วไปได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่าการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตในปัจจุบัน ไม่ส่งผลต่อความเครียดของตนเอง โดยคิดเป็นร้อยละ 35.37 และมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.88 ระบุว่ามีความเครียดลดลง
ที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/1681696
กระทรวงไอซีที จัดแถลงข่าวผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี ๒๕๕๖
กระทรวงไอซีที จัดแถลงข่าวผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี ๒๕๕๖
ETDA* (เอ้ทด้า) กระทรวงไอซีที แถลงข่าวผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี ๒๕๕๖ (Internet User Profile 2013)
ซึ่งเป็นการสำรวจออนไลน์ในช่วงเดือนเมษายน — พฤษภาคม ๒๕๕๖
โดยจะมีการนำเสนอผลการสำรวจที่สำคัญ ได้แก่
ลักษณะของผู้ใช้และพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย
และในการสำรวจครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจซึ่งอยู่ในกระแสนิยมของคนไทย ได้แก่
เรื่องพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่านโซเชียลมีเดีย
ข้อมูลดังกล่าวนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ นักวิชาการ
และประชาชนที่สนใจ
ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตในการนำไปกำหนดนโยบาย
การตัดสินใจทางธุรกิจหรือการวิเคราะห์วิจัยในประเด็นที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อ
การพัฒนาการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยต่อไป
ที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/1681696
วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556
'ภัยออนไลน์ใน 1 นาที'
'ภัยออนไลน์ใน 1 นาที'
ปัจจุบันอาชญากรไฮเทคได้ปฏิวัติวงการโจรไซเบอร์สู่รูปแบบใหม่ จากการที่แยกย้ายกันประกอบการ(ร้าย) มาเป็นการจับมือกันของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสูง และการใช้เทคโนโลยีระดับสูงหลายรูปแบบ เพื่อกระหน่ำโจมตีความปลอดภัยของระบบเครือข่ายให้บรรลุผลในครั้งเดียว สามารถก่อความเสียหายมูลค่ามหาศาลต่อคนดัง หรือมหาเศรษฐี รวมถึงองค์กรที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่เป็นเหยื่อได้ภายในเสี้ยวนาที โดยเป้าหมายสำคัญในการโจมตี หรือเจาะระบบก็คือ “เรียกค่าไถ่”
จากข้อมูลที่ “ฟอร์ติการ์ด แล็บส์" (FortiGuard Labs) ศูนย์วิเคราะห์ความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ของบริษัท ฟอร์ติเน็ต พบว่า ทุก 1 นาที ระบบฟอร์ติการ์ด แล็บส์ ได้รับรายงานข้อมูลความเสี่ยงจากภัยคุกคามปริมาณสูงถึง 70 เทราไบต์ (หรือ 70 ล้านล้านไบต์), ความพยายามในการบุกรุกเครือข่าย 41,000 ครั้ง, ความพยายามเจาะระบบ 10 ล้านครั้ง, การอัพเดทและฐานข้อมูลการบุกรุกใหม่ๆ ของระบบป้องกันอีเมลขยะ 66 ล้านข้อมูล, ฐานข้อมูลการบุกรุกระบบควบคุมแอพพลิเคชั่นเฉพาะต่างๆ 2,500 ข้อมูล, ฐานข้อมูลการบุกรุกใหม่ๆ ที่มุ่งโจมตีระบบป้องกัน (ไฟร์วอล) ของการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ บนเว็บ 900 ข้อมูล, อีเมลขยะ 50,000 ฉบับ เป็นต้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ความปลอดภัยจากฟอร์ติการ์ด แล็บส์ ยังบอกด้วยว่า อีกแนวโน้มที่น่าจับตาคือ ความเสี่ยงจากภัยคุกคามผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายที่เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ โดยเฉพาะกับโทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งเป็น “ระบบเปิด” โดยพบความเสี่ยงจากมัลแวร์เพิ่มสูงขึ้น 8 เท่าในช่วง 1 ปี จากจำนวนที่สุ่มพบราว 20,000 ชนิด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 เป็นเกือบ 160,000 ชนิด ช่วงกลางปีนี้
แต่ มือถือสมาร์ทโฟนตระกูลอื่น อย่างเช่น ไอโฟน ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS (ไอโอเอส) และสมาร์ทโฟน ที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สโฟน จะปลอดภัย เพียงแต่ด้วยความเข้มข้นของการเป็นเทคโนโลยีแบบปิด ทำให้มีสัดส่วนความเสี่ยงน้อยกว่าเท่านั้น
(หมายเหตุ 'ภัยออนไลน์ใน 1 นาที' : คอลัมน์ อินโนเทค โดย.. คนชอบเล่า)
ที่มา http://www.komchadluek.net/detail/20130630/162237/ภัยออนไลน์ใน 1นาที.html.#UdA3GYHr3IU
แวดวงไซเบอร์เร่งปรับร่าง พ.ร.บ.คอมฯ
งานเสวนา “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปรับร่างเพื่อประชาชน?” ซึ่งจัดโดยชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้สะท้อนให้สาธารณะชนรับทราบข้อเท็จจริงถึงปัญหาการยกร่างเพื่อปรับปรุงโดย ผู้มีส่วนได้เสียของแวดวงไอที
แนวทางหนึ่งที่มีการพูดถึงในการเสวนาครั้งนี้คือ
การสร้างศูนย์กลางการ ติดต่อด้านข้อมูลการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ตามแนวคิด Single Point Contact เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินการทั้งในส่วนของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ตัวกลางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและท้ายที่สุดคือผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสามารถจัดตั้งเป็นบอร์ดเพื่อเข้าควบคุมและกำกับดูแลเรื่องเหล่านี้โดย เฉพาะ
ผู้บังคับใช้กฎหมายอย่าง พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ในการปฏิบัติจริงนั้นมีปัญหามากในแง่ของการรับรู้และสร้างความเข้าใจทั้งใน ส่วนของ “ข้อเท็จจริงทางดิจิตอล” ที่แตกต่างกับ “บริบททางดิจิตอลหรือบริบททางคอมพิวเตอร์” โดยถ้าเป็นการปิดเครื่องและวางไว้ในโกดังหรือการถูกทำให้ไม่อยู่ในสภาพพร้อม ใช้งานจะไม่ถูกเรียกว่า ”คอมพิวเตอร์” การเขียนกฎหมายควรใช้ภาษามนุษย์ให้คนเข้าใจได้ง่ายไม่ใช่เพียงแค่การให้ ตำรวจหรือนักกฎหมายเข้าใจเพียงเท่านั้น นั่นเพราะกฎหมายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีผลกระทบกับทุกคนแทบทั้งสิ้น ที่ผ่านมาปัญหาการตีความเรื่องของทั้งสองที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงแค่ตำรวจ หรือผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่เป็นทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น การโพสต์ข้อความด่าทอบนสังคมออนไลน์ มักมีคนมาแจ้งความเพียงแค่หมิ่นประมาท แต่ในความเป็นจริงการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ” ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี และยอมความไม่ได้เพราะถือเป็นคดีอาญามีโทษมากกว่าหมิ่นประมาทธรรมดาเช่นการ ด่าทอส่อเสียดกันไปมา โดยการตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมดก็ย้อนกลับไปที่การตีความที่มีความสับสนทางข้อ กฎหมายทั้งสิ้น คงต้องย้อนมาดูก่อนที่จะปรับปรุงและแก้ไขฉบับใหม่ว่า ท้ายที่สุดแล้วผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจข้อเท็จจริงทางดิจิตอลหรือเข้าใจใน บริบทของข้อกฎหมายดีหรือยัง
ทั้งนี้โดยสรุปการเสวนาในครั้งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งความคิดของการนำเสนอ ร่างในรูปแบบที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง หากแต่ท้ายที่สุดแล้วร่างดังกล่าวจะได้รับการตอบสนองในขั้นตอนอื่นๆหรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้วเส้นทางการนำเสนอที่ต้องผ่านครม.และอีกหลายขั้นตอนอาจจะ สกัดกั้นความเห็นของร่างที่เกิดจากผู้ใช้งานจริงทั้งหมดก็เป็นได้ เพราะร่างที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงร่างที่นำเสนอโดยประชาชนเท่านั้นไร้ เส้นสายและความสนใจจากผู้เฒ่าในสภาอย่างสิ้นเชิง
ที่มา http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000078808
ข่าวเทคโนโลยี
Instagram ทำคนแชร์คลิป Vine ลดลง
การที่ Instagram เพิ่มฟีเจอร์อย่างการแชร์คลิปวิดีโอสั้นๆ
เข้ามาส่งผลต่อ Vine ของทวิตเตอร์อย่างมาก
ทวิตเตอร์เปิดตัวแอพ Vine เมื่อมกราคม 2013 โดยผู้ใช้สามารถอัพโหลดและแชร์คลิป 6 วินาทีและสามารถเล่นวนได้
เนื่องจากคนอยากได้อะไรใหม่ๆ จึงทำให้ดึงดูดผู้ใช้จำนวนมาก
จนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Vine effect” หลายๆ
แอพถ่ายรูปต้องใส่ฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอสั้นๆ เข้าไปด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Instagramจากการวิเคราะห์ของบริษัท Topsy พบว่า
จำนวนลิงค์ของการแชร์คลิปวิดีโิอ Vine บนสื่อสังคมออนไลน์ลดลงเกือบ
500,000 ลิงค์หลังจากที่ฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน
Instagram เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา
ซึ่งจำนวนที่หายไปกลับมีลิงค์ 300,000 ลิงค์ที่แชร์วิดีโอด้วย
Instagram มาแทน หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เปิดตัวไป
การแชร์คลิปวิดีโอบนอินเตอร์เน็ตด้วย Instagram
มากกว่า Vine ถึง 50% ในวันที่
27 มิถุนายน ข้อมูลบอกว่ามีการแชร์คลิปผ่าน instagram
ถึง 1,562,022 ลิงค์ ส่วน Vine อยู่ที่ 935,109 ลิงค์ Topsy บอกว่าตัวเลขที่เห็นนี้
นับรวมการรีทวีตด้วย แต่ไม่นับข้อความที่เป็นสแปมแต่สงครามครั้งนี้ยังไม่จบ
ซีเชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องสรรหาฟีเจอร์ใหม่ๆ มาใส่เพื่อดึงดูดคนให้กลับไปใช้
ผลดีก็ตกอยู่ที่ผู้ใช้อย่างเราๆ นี่แหละที่มา http://www.krobkruakao.com/75680/Instagram-Vine-.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)