แวดวงไซเบอร์เร่งปรับร่าง พ.ร.บ.คอมฯ
งานเสวนา “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปรับร่างเพื่อประชาชน?” ซึ่งจัดโดยชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้สะท้อนให้สาธารณะชนรับทราบข้อเท็จจริงถึงปัญหาการยกร่างเพื่อปรับปรุงโดย ผู้มีส่วนได้เสียของแวดวงไอที
แนวทางหนึ่งที่มีการพูดถึงในการเสวนาครั้งนี้คือ
การสร้างศูนย์กลางการ ติดต่อด้านข้อมูลการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ตามแนวคิด Single Point Contact เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินการทั้งในส่วนของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ตัวกลางผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและท้ายที่สุดคือผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสามารถจัดตั้งเป็นบอร์ดเพื่อเข้าควบคุมและกำกับดูแลเรื่องเหล่านี้โดย เฉพาะ
ผู้บังคับใช้กฎหมายอย่าง พ.ต.อ.ศิริพงษ์ ติมุลา มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ในการปฏิบัติจริงนั้นมีปัญหามากในแง่ของการรับรู้และสร้างความเข้าใจทั้งใน ส่วนของ “ข้อเท็จจริงทางดิจิตอล” ที่แตกต่างกับ “บริบททางดิจิตอลหรือบริบททางคอมพิวเตอร์” โดยถ้าเป็นการปิดเครื่องและวางไว้ในโกดังหรือการถูกทำให้ไม่อยู่ในสภาพพร้อม ใช้งานจะไม่ถูกเรียกว่า ”คอมพิวเตอร์” การเขียนกฎหมายควรใช้ภาษามนุษย์ให้คนเข้าใจได้ง่ายไม่ใช่เพียงแค่การให้ ตำรวจหรือนักกฎหมายเข้าใจเพียงเท่านั้น นั่นเพราะกฎหมายคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีผลกระทบกับทุกคนแทบทั้งสิ้น ที่ผ่านมาปัญหาการตีความเรื่องของทั้งสองที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงแค่ตำรวจ หรือผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการเท่านั้น แต่เป็นทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น การโพสต์ข้อความด่าทอบนสังคมออนไลน์ มักมีคนมาแจ้งความเพียงแค่หมิ่นประมาท แต่ในความเป็นจริงการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ” ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี และยอมความไม่ได้เพราะถือเป็นคดีอาญามีโทษมากกว่าหมิ่นประมาทธรรมดาเช่นการ ด่าทอส่อเสียดกันไปมา โดยการตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมดก็ย้อนกลับไปที่การตีความที่มีความสับสนทางข้อ กฎหมายทั้งสิ้น คงต้องย้อนมาดูก่อนที่จะปรับปรุงและแก้ไขฉบับใหม่ว่า ท้ายที่สุดแล้วผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจข้อเท็จจริงทางดิจิตอลหรือเข้าใจใน บริบทของข้อกฎหมายดีหรือยัง
ทั้งนี้โดยสรุปการเสวนาในครั้งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งความคิดของการนำเสนอ ร่างในรูปแบบที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง หากแต่ท้ายที่สุดแล้วร่างดังกล่าวจะได้รับการตอบสนองในขั้นตอนอื่นๆหรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้วเส้นทางการนำเสนอที่ต้องผ่านครม.และอีกหลายขั้นตอนอาจจะ สกัดกั้นความเห็นของร่างที่เกิดจากผู้ใช้งานจริงทั้งหมดก็เป็นได้ เพราะร่างที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงร่างที่นำเสนอโดยประชาชนเท่านั้นไร้ เส้นสายและความสนใจจากผู้เฒ่าในสภาอย่างสิ้นเชิง
ที่มา http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000078808
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น